ขั้นตอนการทำ ICO: สตาร์ทอัพจะประสบความสำเร็จด้วย Initial Coin Offering จากไอเดียสู่เงินทุนได้อย่างไร


ขั้นตอนการทำ ICO: สตาร์ทอัพจะประสบความสำเร็จด้วย Initial Coin Offering จากไอเดียสู่เงินทุนได้อย่างไร


หากมองย้อนกลับไปยังอุตสาหกรรมบล็อกเชน ปี 2017 จะถูกจดจำว่าเป็นปีที่พลิกโฉมประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ ในบรรดาสิ่งสำคัญที่ได้เกิดขึ้นหลายอย่าง Initial Coin Offering อาจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดจากทั้งหมด


แม้ว่าเราอาจจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการที่ ICO จะกลายเป็นกระบวนการระดมทุนที่ถูกกฎหมาย นั่นหมายความว่าผู้ประกอบการจะต้องปฎิบัติอย่างมีความรับผิดชอบและเป็นมืออาชีพ โดยการอธิบายวิธีการที่ใช้ในการระดมทุน นำเงินลงทุนจาก ICO ไปใช้อย่างไร และแสดงความโปร่งใสให้แก่นักลงทุน รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ เช่น การปฎิบัติตามสัญญาและข้อผูกมัด

เพื่อช่วยเหลือเหล่า Founder ในกระบวนการนี้ และให้มุมมองในทุกด้านที่พวกเขาต้องพบบนเส้นทางการ ICO ผมจึงได้รวบรวมสิ่งที่จำเป็นและปัจจัยพื้นฐานเข้าด้วยกันเป็นเช็คลิสต์ให้สำหรับทุกคนที่สนใจ

เช็คลิสต์ ICO

1) คอนเซ็ปต์ของไอเดียหรือโปรเจ็ค: เหมือนสตาร์ทอัพทั่วไป ทุกอย่างเริ่มจากไอเดียที่จะแก้ปัญหา

2) รวบรวมทีมหลัก: ผู้ก่อตั้งต้องรวบรวมทีมงานที่จะทำให้โปรเจ็คเกิดขึ้นได้จริง

3) วางแผนผลิตภัณฑ์: ด้วยทีมที่มีความสามารถหลากหลาย จะมีการตัดสินใจที่สำคัญๆ อย่างเช่น เทคโนโลยีที่จะใช้ การใช้งานของผลิตภัณฑ์ ลักษณะ Token/ICO ฯลฯ

4) หาที่ปรึกษา: แก้ไขข้อจำกัดของทีมคุณด้วยคนที่มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำ คำปรึกษา และคอนเนคชั่น

5) การตลาดสำหรับ Product หรือ Community: สร้าง community ที่กระตือรือร้น และนำโปรเจ็คเข้าสู่พื้นที่นั้น สร้างแผนการสื่อสารการตลาด (Communication plan) เพื่ออธิบายผลิตภัณฑ์และวิสัยทัศน์ของโปรเจ็ค

6) เขียน whitepaper: เขียน white paper เพื่ออธิบายปัญหา วิธีการแก้ไข ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ใช้ token และ ICO รวมไปถึง ทีมงาน ธุรกิจ ฯลฯ

7) ปล่อย roadmap: นำเสนอแผนดำเนินการที่สามารถทำได้จริงและพันธกิจในการพัฒนาโปรเจ็ค รวมถึงสร้าง milestone เพื่อแสดงความรับผิดชอบของทีมต่อ community และผู้สนับสนุน

8) หาคำปรึกษาทางกฎหมาย: ทำความเข้าใจอำนาจทางกฎหมาย และหาคำปรึกษาเพื่อปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงสร้างองค์กร ภาษี หลักทรัพย์ กฎหมาย AML และ KYC ฯลฯ

9) การตลาดสำหรับการขาย Token: ประกาศและพัฒนากลยุทธ์การสื่อสาร เพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ถึงการขาย token คุณสมบัติของ token ช่องทางการจำหน่าย เงื่อนไขของการซื้อ เป็นต้น

10) ปล่อยโค้ดและหาที่ตรวจสอบ: ปล่อยโค้ดของ smart contract ของคุณเพื่อให้การตรวจสอบ และหากเป็นไปได้ก็ควรหาผู้ตรวจสอบเพื่อทบทวน smart contract ในการจุดบกพร่องเพื่อไม่ให้การระดมทุนมีปัญหา

11) ขาย Token (หรือ pre-sale ก่อนก็ได้): ดำเนินการขาย token ในรอบจริง หรือรอบ pre-sale (ขายทั้งแบบสาธารณะหรือแบบส่วนตัว) เพื่อระดมทุน “seed money” ในการพัฒนา

12) การแปรรูปเงินทุน: ทีมต้องแปลงเงินที่ได้รับบางส่วนเป็นเงินสดเพื่อแจกจ่ายทีม ค่าเทคโนโลยี และค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ

13) ปล่อย Prototype: ยิ่งเปิดตัว prototype ได้เร็วมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี โดยเฉพาะถ้าหากสามารถเปิดตัวได้ก่อน ICO

14) รายงานความโปร่งใสและรายงานภายหลังจากการขาย: หลังจากพ้นการ ICO แล้ว งานที่แท้จริงและความรับผิดชอบต่อ community จะเกิดขึ้น สิ่งที่จำเป็นได้แก่ ความโปร่งใส มีความคืบหน้า และต้องคอยรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

พื้นฐานสำหรับการ ICO ของโปรเจ็คบล็อกเชนคุณ

ถึงแม้บางโปรเจ็คที่ประสบความสำเร็จนั้นอาจจะไม่ได้ผ่านทุกขั้นตอนข้างต้น แต่มีคุณสมบัติพื้นฐานที่โปรเจ็คบล็อกเชนของคุณจำเป็นที่จะต้องมี

ข้อดังต่อไปนี้คือเกณฑ์เบื้องต้นที่เกิดขึ้นในวงการเพื่อใช้ในการคัดเลือกโปรเจ็คที่จริงจังและน่าสนใจ คุณจะต้องมีครบทุกอย่างนี้ตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งปัจจัยที่นักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความสนใจได้แก่:

1) ทีม

สิ่งแรกที่นักลงทุนอาจมองในการพิจารณาโปรเจ็คคือ มีใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจ็คนี้ การเปิดเผยหน้าตาและประสบการณ์จะช่วยสร้างความเชื่อใจได้เป็นอย่างดี บางโปรเจ็คอาจใช้สมาชิกทีมที่แตกต่างกัน คุณควรสร้างทีมที่สามารถแสดงประสบการณ์ทางเทคนิค ความสามารถในการพัฒนาธุรกิจ และมีความรู้ในเรื่องบล็อกเชน (ทั้งเชิงเทคนิคและความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม) การร่วมพัฒนาแบบ open-source จะช่วยได้เป็นอย่างดีในวงการ

2) กลุ่มที่ปรึกษา

คุณจะต้องแก้ไขข้อจำกัดของทีมคุณโดยการมีที่ปรึกษา เช่น ความรู้ทางเทคนิค (การหานักพัฒนาบล็อกเชนที่มีประสบการณ์เป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นการมีที่ปรึกษาจึงช่วยได้เป็นอย่างมาก) หรือคนที่มีความรู้วงในเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่คุณกำลังพัฒนาโปรเจ็ค (เช่น ถ้าคุณจะสร้างบล็อกเชนในอุตสาหกรรมประกันภัย การมีคนที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนั้นก็จะดูน่าเชื่อถือขึ้น) เลือกที่ปรึกษาโดยวัดจากคุณค่าที่เขาจะสามารถช่วยในโปรเจ็คของคุณ มากกว่าเลือกเพราะชื่อเสียงของเขา คุณจะได้รับประโยชน์จากพวกเขามากกว่าในระยะยาว

3) White paper (หากมี position และ yellow paper จะยิ่งดี)

อาจเป็นเพราะว่าบล็อกเชนที่โด่งดังที่สุดทั้งสอง ได้แก่ Bitcoin และ Ethereum ริเริ่มด้วย whitepaper จึงทำให้เอกสารนี้กลายเป็นสิ่งใช้ยืนยันความน่าเชื่อถือและความจริงจังของโปรเจ็ค ถึงแม้ว่าไม่ใช้ทุกคนที่เห็นด้วยในขณะนี้ แต่การมี whitepaper ที่อธิบายเชิงลึกถึงวิธีการทำงานของโปรเจ็คคุณสำคัญเป็นอย่างมาก นักลงทุนที่จริงจังและคนที่สนใจแพลตฟอร์มของคุณด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไรจะอยากอ่าน whitepaper ก่อนจะลงทุน

Position paper: บางโปรเจ็คอาจเผยแพร่ก่อนที่จะปล่อย whitepaper ซึ่งเอกสารนี้จะมีข้อโต้แย้งที่ชัดเจน 2-3 หน้า ที่สนับสนุนเทคโนโลยีของคุณเพื่อรับ feedback จาก community ไปใช้ในการพัฒนา whitepaper ต่อไป

Yellow paper: บริษัทด้าน crypto หรือบล็อกเชน ที่ซับซ้อนมากขึ้นจะนำเสนอ yellow paper หรือ whitepaper ฉบับที่สอง ซึ่งฉบับนี้จะอธิบายอย่างละเอียดของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้น หรือที่ขอเสนอสร้าง

4) Code และ/หรือ Prototype

คุณอาจจะสื่อสารวิสัยทัศน์ได้ดีเยี่ยม แต่คำถามคือ คุณจะสามารถสร้างได้จริงหรือเปล่า การแสดง code repository หรือจะยิ่งดีขึ้นไปอีกหาก แสดง prototype ที่ใช้งานได้ เป็นหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดที่จะบรรลุได้ และในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างความแตกต่างได้มากที่สุดเช่นกัน ในปัจจุบัน ICO ส่วนมากระดมทุนจากการให้คำมั่นสัญญาว่าจะสร้างผลิตภัณฑ์ ดังนั้น การพัฒนา prototype ที่ใช้งานได้จะสร้างความได้เปรียบเป็นอย่างมาก

5) Roadmap

เมื่อคุณได้รับเงินมาแล้ว คุณก็ควรจะสร้างเครื่องมือที่ทำให้คนอื่นไว้วางใจคุณได้ นี่คือหนึ่งในจุดประสงค์หลักของการสร้าง roadmap โดยที่คุณควรนำเสนอแผนในปีต่อๆ ไปของโปรเจ็คและ milestone หลักๆ ของคุณ รวมถึงการให้เห็นตารางการเปิดตัวแต่ละเวอร์ชั่นของผลิตภัณฑ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ

6) เงื่อนไขการขาย Token

นอกเหนือจากแพลตฟอร์มและคุณประโยชน์ของ Token แล้ว นักลงทุนจะอยากรู้ว่าเงื่อนไขการขาย Token ของคุณเป็นอย่างไร มีจำนวน token เท่าไหร่ในการเปิดขาย และจำนวนเท่าไหร่ที่จะถูกจัดเก็บ ระยะเวลาในการขาย มี soft cap (ยอดขายขั้นต่ำ) หรือ hard cap (จำกัดยอดขาย) เท่าไหร่ หรือเครื่องมืออื่นๆ ที่มีผลต่อความสนใจของนักลงทุน

การมีปัจจัยครบทั้งหมดและเข้าใจล่วงหน้าถึงขั้นตอนที่คุณจะต้องพบในการ ICO เป็นเพียงขั้นตอนแรกในการเตรียมความพร้อม เพราะการดำเนินการ ICO เป็นหนทางที่ยาวไกลที่ใช้ระยะเวลาหลายเดือน (เป็นอย่างน้อย) ที่จะต้องพบเจออุปสรรคมากมาย ผมหวังว่าผมจะสามารถทำให้คุณมีพื้นฐานเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่คุณกำลังจะต้องพบ และจะทำอย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้